การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร

๑ การมีส่วนร่วม ( Participation ) : การที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืนหรือมีวัฒนธรรมองค์กรที่ เด่นชัดหรืชัดเจนได้นั้น การมีส่วนร่วมในองค์กรของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนตั้งแต่ฝ่าย บริหาร ตลอดจนครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียน ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากขาด ซึ่งความร่วมมือความมีส่วนร่วมจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ในองค์กรแล้ว ก็ยากที่จะได้มาซึ่งคำว่า องค์กรแห่งความยั่งยืน

๒. การเปิดใจกว้าง ( Openness / Candor ) : การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง คือการที่ครู และบุคลากรทางการศึษามีทัศนคติที่ดี เปิดใจกว้าง ยอมรับความเปลี่ยนแปลง และพร้อมที่จะยอมรับสิ่งใหม่ๆ หรือนโยบายขององค์กร นำไปปรับเปลี่ยน ปฏิบัติ ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล เกิดความยั่งยืนใน องค์กร

๓. ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการยอมรับ ( Trust and Respect ) : การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนหรือ มีวัฒนธรรมองค์กรที่เด่นชัดนั้น ต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจ และยอมรับในตัวบุคลากรในองค์กร ผู้บริหารควรเชื่อใจ และยอมรับในความสามารถของบุคลากรภายในองค์กร เพื่อสร้างมิตรภาพที่ดีในหมู่ของคนทำงาน ไม่แบ่งชน ขั้นในการทำงาน

๔. ขอผูกพันหรือพันธะสัญญา ( Commitment ) : การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืนนั้น คร และบุคลากรทุกคนทุกระดับในองค์กร จะต้องมีข้อผูกพันหรือพันธะสัญญาร่วมกัน ทุกคนจะมุ่งมั่นนำพาองค์กร ไปสู่เป้าหมายหรือวัตถุประสค์ที่องค์กรได้จัดตั้งไว้อย่างต่อเนื่องและไม่ส้มเลิกข้อผูกพันหรือพันธะสัญญา

๕. ปณิธานในการขจัดข้อขัดแย้ง ( Confic Resolution ): ไม่ว่าอดีต ปัจจุบันหรืออนาคต ความ ขัดแย้งในองค์กรหรือในสังคมก็ยังคงเป็นอุปสรรคประการสำคัญประการหนึ่ง ในการนำพาองค์กรให้ฝ่าฟัน อุปสรรคไปพบกัดวามสำเร็จในการป็นองค์กรที่มีวัฒนธรมแห่งความยั่งยืนได้ ดังนั้น ผู้บริหารและคณะครูทุก คน จะต้องร่วมแรงร่วมใและร่วมด้วยช่วยกันที่จะขจัดความขัดแย้งที่มีอยู่ในในองค์กร ให้กลับกลายผันเปลี่ยนมา เป็นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์หรือความคิดเห็นต่าง แต่ไม่แตกแยกหรือแตกความสามัคคี

๖. ความเป็นเอกฉันท์หรือฉันทามติ ( Consensu ) : หากสามารถขจัดความขัดแย้งหรือเปลี่ยนความ ขัดแย้งให้เป็นความคิดที่สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นภายในองค์กรได้แล้วนั้น ความเป็นเอกฉันท์หรือฉันทามติต่างๆ ก็จะ ทำให้การบริหารจัดการภายในองค์กรที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรเป็นไปอย่างง่ายดาย เพราะครูและ บุคลากรทางการศึกษาส่วนใหญ่ในองค์กรเห็นชอบและพูดเป็นเสียงเดียวกันหรือปฏิบัติในแบบอย่างเดียวกัน

๗. การตัดสินใจ ( Decision Making ) : การที่ผู้บริหารกล้าที่จะบอกกับครูและบุคลากรทางการศึกษา ทุกๆคน หรือกล้าที่จะแสดงพฤติกรรมต้นแบบ ( Role Model ) ให้กับครูได้เห็นเป็นตัวอย่างได้ รวมไปถึงการ กล้าที่จะตัดสินใจ พิจรณาบริหารจัดการกับครูและบุคลาการทางการศึกษา ซึ่งไม่ปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับ วัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนได้มุ่งมั่นทุ่มเทในการแสดงพฤติกรรมให้ สอดคล้องกับวัฒนธรรมขององค์กร

๘. การรวมพลัง ( Synergy ) : การเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตย คือ การรวมพลังของทุกคนใน องค์กร หากรวมพลักันหรือผนึกพลังกันหลายๆคนแล้ว ก็จะมีพลังที่สามารถจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จได้ อย่างยอดเยี่ยม

๙. จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ ( Goal andObjective ) : องค์กรต้องมีจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ที่ ชัดเจน ในการกำหนดแนวทางหรือทิศทางในการบริหารองค์กรหรือวิสัยทัศน์ (Vision ) ที่ขัดเจน ซึ่งรวมไปถึงการ สื่อสารและกิจกรมที่ต่อเนื่องภายในองค์กร เพื่อหาทางออกหรือหลุดพ้นต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น

๑๐. การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา ( Change and Development ) : องค์กรย่อมมีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาไปตมกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลไป ผู้บริหารที่ต้องการจะเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรก็จะต้อง ปรับเปลี่ยนรูปแบบและพัฒนาการบริหารงานภายในองค์กรและการบริหารคนในองค์กรให้มีองค์ประกอบครบทั้ง ๙ ประกา ดังที่ได้กล่าวมาข้างตันนี้ เพื่อนำไปสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน ( Sustainable Organization )

ภาพกิจกรรม การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร

กิจกรรม ประกาศเจตจํานงสุจริตของผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนโรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม

นายชานันท์ ประภา คณะครู และนักเรียน ร่วมกิจกรรม ประกาศเจตจํานงสุจริตของผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนโรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม

การนิเทศ กำกับติดตาม การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม

นายชานันท์ ประภา คณะครู และนักเรียน ร่วมรับการนิเทศ กำกับติดตาม การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 7 ในวันที่ 15 เดือนกันยายน พ.ศ.2563 ณ โรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม